จาระบีมีกี่ประเภท? เลือกอย่างไรให้เหมาะกับเครื่องจักรในอุตสาหกรรม

จาระบีมีกี่ประเภท?

จาระบี (Grease) คือหัวใจสำคัญของการหล่อลื่นในงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่เครื่องจักรทั่วไป ไปจนถึงระบบที่ต้องทำงานภายใต้อุณหภูมิสูง แรงกดหนัก ความเร็วรอบต่ำ หรือสภาพแวดล้อมที่มีน้ำ ความชื้น และฝุ่น หากเลือกจาระบีไม่เหมาะสม อาจนำไปสู่การสึกหรอเร็ว เครื่องจักรเสียหาย และต้นทุนซ่อมบำรุงที่สูงกว่าที่ควรเป็น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่า จาระบีมีกี่ประเภท พร้อมแนวทางเลือกจาระบีให้เหมาะกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม รวมถึงกรณีที่ต้องใช้ จาระบีฟู้ดเกรด อย่างถูกต้องตามมาตรฐาน

จาระบีคืออะไร และประกอบด้วยอะไรบ้าง

จาระบีเป็นสารหล่อลื่นกึ่งแข็ง ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่

  • น้ำมันพื้นฐาน (Base Oil) เช่น น้ำมันแร่ น้ำมันกึ่งสังเคราะห์ หรือสังเคราะห์
  • สารเพิ่มความข้น (Thickener) เช่น ลิเธียม แคลเซียม โพลียูเรีย ดินเหนียว
  • สารเพิ่มคุณภาพ (Additives) เช่น EP, Anti-wear, Anti-rust, Solid Lubricant

การผสมผสานของทั้งสามส่วนนี้ ทำให้จาระบีแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างชัดเจน

จาระบีมีกี่ประเภท? (แบ่งตามสารเพิ่มความข้น)

  1. จาระบีลิเธียม (Lithium Grease) เป็นจาระบีอเนกประสงค์ที่ใช้งานแพร่หลายที่สุด
  • ทนความร้อนและแรงกดได้ดี
  • ใช้ได้กับแบริ่ง ลูกปืน และเครื่องจักรทั่วไป
  • ตัวอย่างเช่น Shell Gadus S2 V220, S2 V100

เหมาะกับงานอุตสาหกรรมทั่วไป และงานยานยนต์

  1. จาระบีลิเธียมคอมเพล็กซ์ (Lithium Complex Grease) พัฒนาให้รองรับงานหนักและอุณหภูมิสูงขึ้น
  • ทนความร้อนสูงถึงประมาณ 150°C
  • รับแรงกดและแรงกระแทกได้ดี
  • ยึดเกาะดีในสภาวะสั่นสะเทือน ตัวอย่างเช่น Shell Gadus S3 V220C, S3 V460

เหมาะกับเครื่องจักรงานหนัก สายพานลำเลียง โรงงานเหล็ก และเหมืองแร่

  1. จาระบีลิเธียม–แคลเซียม (Lithium Calcium Grease)

จุดเด่นคือ ทนน้ำและความชื้น

  • ป้องกันการกัดกร่อนดี
  • เหมาะกับสภาพแวดล้อมเปียก ตัวอย่างเช่น Shell Gadus S2 V220 AC, S2 V460 A

เหมาะกับโรงงานที่มีน้ำ ความชื้น หรืออุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มบางประเภท

  1. จาระบีแคลเซียม (Calcium Grease)
  • ทนน้ำดีมาก
  • อุณหภูมิการใช้งานปานกลาง
    ตัวอย่างเช่น Shell Gadus S1 A320

นิยมใช้ในงานช่วงล่างรถยนต์ และเครื่องจักรที่ไม่ใช้ความร้อนสูง

  1. จาระบีโพลียูเรีย (Polyurea Grease) เป็นจาระบีเกรดพิเศษ อายุการใช้งานยาว
  • ทนความร้อนสูงมาก (ถึง 180°C)
  • ออกซิเดชันต่ำ
  • ไม่ต้องอัดจาระบีบ่อย
    ตัวอย่างเช่น Shell Gadus S5 T460, S3 T220

เหมาะกับอุตสาหกรรมปูนซีเมนต์ เหล็ก กระดาษ และเตาเผา

  1. จาระบีดินเหนียว (Clay Grease)
  • ไม่หลอมเหลวเมื่ออุณหภูมิสูง
  • เหมาะกับงานที่จาระบีทั่วไปไม่สามารถใช้งานได้
    ตัวอย่างเช่น Shell Gadus S2 U460 L
  1. จาระบีเฉพาะทาง (Special Purpose Grease)

เช่น

  • จาระบีเกียร์เปิดและลวดสลิง
  • จาระบีกึ่งเหลวสำหรับเกียร์ปิด
  • จาระบีปรับสภาพฟันเกียร์

ใช้ในงานเฉพาะทาง เช่น โรงงานน้ำตาล เหมืองแร่ และโรงไฟฟ้า

วิธีเลือกจาระบีให้เหมาะกับเครื่องจักรอุตสาหกรรม

  1. พิจารณาอุณหภูมิการทำงาน
  • ต่ำ–ปานกลาง: Lithium / Calcium
  • สูงมาก: Lithium Complex / Polyurea / Clay
  1. พิจารณาแรงกดและความเร็ว
  • ความเร็วต่ำ แรงกดสูง: ความหนืดสูง (460 cSt ขึ้นไป)
  • ความเร็วสูง: ความหนืดต่ำกว่า เช่น 100–220 cSt
  1. สภาพแวดล้อม
  • มีน้ำ / ความชื้น → Lithium Calcium หรือ Calcium
  • ฝุ่น / สั่นสะเทือน → จาระบีที่ยึดเกาะสูง
  1. อุตสาหกรรมอาหารและยา จำเป็นต้องใช้ จาระบีฟู้ดเกรด (Food Grade Grease) ที่ผ่านมาตรฐาน NSF H1 เพื่อป้องกันการปนเปื้อน และสอดคล้องกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

 

คำถามที่พบบ่อย

A: ไม่แนะนำ เพราะสารอุ้มน้ำมันต่างชนิดอาจทำให้จาระบีเสื่อมคุณภาพ

 A: มี ควรเก็บในที่แห้ง ไม่โดนแสงแดด และปิดภาชนะให้สนิท

A: เมื่อเครื่องจักรมีโอกาสสัมผัสอาหาร เครื่องดื่ม หรือบรรจุภัณฑ์โดยตรงหรือโดยอ้อม

จาระบีแต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อรองรับสภาพการทำงานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน การเลือกใช้จาระบีให้เหมาะสม ไม่เพียงช่วยลดการสึกหรอ แต่ยังช่วยยืดอายุเครื่องจักร ลด Downtime และควบคุมต้นทุนในระยะยาว สำหรับอุตสาหกรรมที่ต้องการความปลอดภัยสูง โดยเฉพาะด้านอาหารและยา การเลือกใช้ จาระบีฟู้ดเกรดที่ได้มาตรฐาน คือสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

UKEM Thailand ให้บริการผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นและ จาระบีฟู้ดเกรด ที่ตอบโจทย์งานอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท สามารถเลือกดูรายละเอียดผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://ukemthailand.com/lubricants/

ติดต่อเราได้ที่

หัวข้อเนื้อหา